จองห้องพักได้ที่นี่

agoda.com INT

Tuesday, November 15, 2016

รีวิวเที่ยวสิงคโปร์ด้วยตัวเอง 2วัน 1คืน



ได้มีโอกาสไปเที่ยวสิงคโปร์อีกครั้ง หลังจากเวลาผ่านไป 10 ปี ซึ่งครั้งที่แล้ว เป็นทริป มาเลเซีย-สิงคโปร์ ตอนนั้น ไปด้วยรถไฟ กรุงเทพ-บัตเตอร์เวิร์ด ซึ่งตอนนั้นสิงคโปร์ ยังไม่มีตึก Marina Bay Sands เลย 
สิ่งที่ต้องเตรียม
1.จองตั๋วเครื่องบินก่อนเลยค่ะ นั่งเฝ้าเช็คอยู่หลายวันเหมือนกัน ก็ไปเจอเอาสายการบิน Scoot Air  ราคา 2900 บาท ต่อ คน ราคานี้ไปกลับแล้วนะคะ  เราจองแบบไม่+น้ำหนักกระเป๋า แต่ซื้อที่นั่งแทน ที่ไม่ซื้อโหลดน้ำหนัก เพราะคิดว่า ไปแค่ 2 วัน 1 คืน ไม่ต้องเอาอะไรไปมาก 
เมื่อเช็คตั๋วแล้ว โทรชวนผู้ร่วมทางเลยค่ะ แหมเพื่อนก็ไม่ปฏิเสธเลย ตกลง ไปกัน 3 คน เรา 1 คน และเพื่อน กับลูกสาว 1 คน เป็น 3 คน พอดี  เราจองตั๋วเดินทางตอนกลางคืนค่ะ ของคืนวันที่ 18 พย.2016 เวลา 00.50 จะไปถึงสิงคโปร์ 04.15 ก็ทัน MRT เที่ยวแรกเลย  


2.Search หาโรงแรมซิคะ จะรออะไรล่ะ เลยใช้บริการของ www.booking.com เนื่องจากจองแล้วไปจ่ายที่โรงแรมได้เลย ที่จริงตอนนี้ ทาง Agoda ก็ทำวิธีเดียวกับ Booking.com


https://www.agoda.com/partners/partnersearch.aspx?cid=1764920&pcs=1




http://www.booking.com/index.html?aid=1200735


 แล้วนะคะ มีให้เลือกทั้งจองก่อนจ่ายที่หลัง กับจองแล้วจ่ายเลย ซึ่งราคาจะไม่เท่ากันค่ะ จองแล้วจ่ายเลยจะได้ราคาถูกกว่า แต่เราขอจองแบบจ่ายที่หลังตอนเข้าพัก อันนี้เผื่อเปลี่ยนใจค่ะ
ก่อนหาโรงแรม ก็วางแผนเที่ยวเคร่าๆๆกันก่อน มองหาโรงแรมแถว เกลังก่อนเลย เนื่องจากถูก และอีกอย่าง คราวที่แล้ว เราก็เคยพักแถวนี้ เลยคุ้นเคย พอประมาณอีกอย่าง ร้านอาหารส่วนใหญ่เป็นร้านคนไทย แต่ คิดไปคิดมา ถ้าพักแถว เกลัง เราจะเที่ยวแล้วกลับดึกไม่ได้ เลย หารีวิว ที่คนไทยส่วนใหญ่ไปพักกัน เลย หาแถวไชน่าทาว์น ค่ะ เนื่องจาก สถานที่เที่ยว อยู่ใกล้กันหมด
เลยได้ โรงแรม   The Inn at Temple Street  ในราคา 97 $  พัก 3 คน หารกัน ก็ประมาณคนละ 1200

3.จัดการเช่า Pockket WiFi (Singapore 4G) ของบริษัท Global  ค่ะ  ราคา 280 บาท ต่อวัน 2 วัน 560 บาท อันนี้หารกันค่ะ

วันแรก 18 พย.2016  นัดเจอกันที่ สนามบินดอนเมือง 2 ทุ่ม  เทอมินอล 1  ก่อนเช็คอินก็ไปรับ Pockket Wifi ก่อนเลยค่ะ ต้องไปรับที่ชั้น 1 ผู้โดยสารขาเข้าค่ะ



มาถึงเร็ว ได้เช็คอินคนแรกเลย  scoot air ออกตรงเวลาเปะ  23.50 น. ตอนเช็คอินไม่ได้ดูเลขที่นั่ง เพิ่งจะมาเปิดดูตอนจะขึ้นเครื่องล่ะ ได้เลขที่นั่ง 32 A  มาเอะใจ เราได้จ่ายเงินจองที่นั่งด้วยนี่แล้ว ตอนจอง คือ 20 A ทำไมให้ช้าน 32 A นั่งตรงปีกอีกแล้ว คือกลัวเครื่องค่ะ นั่งตรงปีก เวลาเครื่องบิน เลี้ยว ปีกจะเอียง คนที่นั่งแถวใกล้ปีกจะเห็นชัดและรู้สึกถึงการเลี้ยวและเอียงของเครื่อง มากกว่าคนที่นั่ง แถวด้านหัว
โมโหตัวเองสุดๆที่ไม่ได้เช็คให้ละเอียด
ใช้เวลา 2 ชม. เครื่องก็ลงจอดที่สนามบิน ชางงี  ที่สิงคโปร์ เป็นเวลา 01.50 AM. ตรงเวลาเปะ  เวลาที่สิงคโปร์ จะเร็วกว่า ประเทศไทย 1 ชม.ค่ะ ที่สิงคโปร์ ก็ 02.50 AM.ค่ะ


 เจ้า Scoot ลำนั้นแหละค่ะที่นั่งมา  ใครเป็นเหมือนเรามั่ง นั่ง Scoot ทีไร มีอาการปวดหู มาก ใครพูดอะไรก็ไม่ได้ยินเลย  นั่งเครื่องมาก็เยอะ แต่ไม่ปวดหูเท่ากับ นั่ง Scoot Air เลย ครั้งแรก นั่งไปญี่ปุ่น ก็รู้สึกปวดเหมือนกัน ตอนแรก ก็คิดว่า เอ้ย เรามีปัญหาหรือเปล่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมปวดหู จัง แต่ได้ยินลูกสาวเพื่อน ร้องบอกแม่เขาว่า มี้หนูปวดหูมากเลย  ส่วนเรื่อง อากาศแปรปรวน เที่ยวนี้ นั่งสบายมากเลยค่ะ เครื่องไม่สั่นเลย



 ลงเครื่องมา ก็จะเห็นผู้คนแวะ นอนกัน แถวนี้ ก่อน ตี 2.50 เราก็ไม่อยากเสียเงินค่าที่พักอีก 1 คืน เพราะ อีกไม่กี่ ชม.ก็จะเช้าแล้ว และอีกอย่าง MRT เข้าเมืองเที่ยวแรก เริ่ม 5.30 AM. เราก็เลยเดินเล่น ถ่ายรูปกันก่อน ก่อนจะไป Immigration กัน


  เราก็เดินเล่นถ่ายรูปจนเวลา 3.30 น. ก็ไปเข้าแถว ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองกัน

 หน้าตา Immigration Card Singapore  ก่อนยื่นให้เข้าหน้าที่ ประทับตรา เรา ลืม กรอก ส่วนที่ 3
เจ้าหน้าที่ ก็หันไปทางเพื่อน ที่ยังเข้าแถวอยู่ แล้ว ถามว่า
เจ้าหน้าที่ :She come together with you ?
เรา : Yes
เจ้าหน้าที่ : Go to write again, and ask her go to write again with you,
นักท่องเที่ยวคนอื่น ๆมันให้เขียนต่อหน้ามันได้ นี่ ทีเราไล่ให้ไปเขียนมาใหม่  ต้องไปต่อแถวใหม่ คราวนี้ ผู้โดยสารจากฟิลิปปินส์ เยอะมาก โดนลากตัวเข้าห้องเย็นกันเป็นแถวเลย
สรุปไม่มีปัญหาค่ะผ่านโลด
ตอนนี้ ก็เวลา 4.30 น. ไปนอนเล่นแถว MRT ดีกว่า
เพื่อนกับลูกสาว เธอหลับ กันแต่เรา นอนไม่หลับ กลัวหลับยาว สัก ตี 5 เราก็ปลุกเพื่อน บอกไปซื้อ การ์ดก่อนดีกว่า



ออกจากตรวจคนเข้าเมือง ก็เดินไปเรื่อย ตามลูกศรที่บอกเลยค่ะ จะมีป้านบอกตลอดทางไม่ต้องกลัวหลงค่ะ

บัตร Ez-Link บัตรนี้ หลานให้มาค่ะ เขามาเที่ยว 2 เดือน ที่แล้ว ยังมีเงินอยู่ ประมาณ 5 $ ไม่รวมค่ามัดจำ ในบัตรนะคะ
Ez-Link เป็นบัตรสารพัดประโยชน์ค่ะ สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรา มีไว้ใช้ชำระค่าโดยสารรถประจำทาง รถไฟฟ้า และ Sentosa express ค่ะ ข้อดีคือ ไม่ต้องพกเหรียญ หรือเงินสด อีกทั้งไม่ต้องเสียเวลาไปเข้าแถวซื้อตั๋วอีก  บัตรนี้ ไม่มีวันหมดอายุ ค่ะ เห็นคนไทยที่ต่อแถว เติมเงินบัตร เขาเองก็ได้บัตรมาจากเพื่อนอีกที เพื่อนเขามาเที่ยว เมื่อ 2 ปี ที่แล้ว
เราสามารถเติมเงินได้ที่ตู้อัตโนมัติ หรือที่เคาร์เตอร์ ได้เลยค่ะ ไม่ยุ่งยาก หลังจากเติม เงิน ไปเรียบร้อยแล้ว 10 ดอลล่า สิงคโปร์ เราก็เดินทางไปย่านที่พักก่อน จะไปขอเช็คอินก่อน แล้วอาบน้ำ เผื่อเขาใจดี มีห้องว่าง ถ้า รอ ถึง บ่าย 2 โมง ไม่รู้จะไปเดินที่ไหนก่อนดี
เราจะนั่ง MRT เข้าเมืองกัน MRT จะอยู่ที่ Terminol 2 เลยค่ะ

เป้าหมายของเราคือ Chinatown  โรงแรม The Inn Temple Street


เริ่มต้นจาก Airport  -Tanah Merah เปลี่ยนขบวนที่ Tanah Merah  ขึ้นที่ป้าย To City  แล้วไปลงที่ Outram Part เพื่อเปลี่ยน สายสีม่วง แล้วไปลงที่ สถานี ChinaTown    นั่งรถไฟไม่ถึง 20 นาที ก็ถึงย่านไชน่าทาว์น แล้ว ยังไม่ 6 โมง เลย


   ไชน่าทาว์น ออกจากสถานี แล้วเจอ ป้ายแบบนี้ ไม่หลงแน่นอนค่ะ





 ยังเช้ามืดอยู่เลย ถ้ามาคนเดียวคงไม่กล้ามาเดินตอนนี้แน่ คงต้องนอนอยู่สนามบิน ก่อน


   ปากซอย Temple Street  หน้าถนนเป็นวัดแขกค่ะ












ออกจากสถานีเราสามารถ ไปโรงแรมได้หลายทาง ค่ะ ตามลูกศรค่ะ


1.ออกจากสถานี เดินตรงไปทางวัดแขก เสี้ยวขวา ไปที่ซอย temple Street  แล้วเสี้ยวเข้าซอย เดินหาไปเรื่อยๆค่ะ
หรือ 2. ออกจาก สถานีไชน่าทาว์น เสี้ยวขวา แล้วเสี้ยวซ้าย  ก็เจอโรงแรมเลยค่ะ เดินไม่ถึง 2 นาที


เจอแล้ว เข้าไปขอเช็คอิน เจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่มีห้องว่างตอนนี้ ต้องมาเช็คอินใหม่ บ่าย 2 เราก็เลยฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อน
เป้าหมายต่อไป คือ ไป ไหว้พระ วัดเจ้าแม่กวนอิม กัน แต่วัดเปิดให้เข้าไปไหว้ตอน 10 โมง งั้นก้ไม่เดินเล่นแถว ลิสเติ้ลอินเดีย กันก่อน

 อาหารเช้า ที่ร้านแม็ค

 



 ดีใจสุดๆๆที่เจอ 7-11 นั่นแสดงว่า รอดตายแล้ว หิวน้ำมาก

หาอะไรลองท้องอีกรอบดีกว่า  อาหารเช้าของคนที่นี่  ห่อหมก  กาแฟ กินด้วยกันยังไงเนี่ย