จองห้องพักได้ที่นี่

agoda.com INT

Wednesday, September 16, 2015

เที่ยวไต้หวันไม่อยากอย่างที่คิด

ก่อนอื่นเราต้องขอวีซ่า กันก่อนเริ่มจากการหาข้อมูล
ขั้นตอนการขอวีซ่าไต้หวัน
1.กรอกแบบฟอร์มออนไลน์ ได้ที่ https://visawebapp.boca.gov.tw  ซึ่งมีทั้งหมด 4 หน้าด้วยกัน ไปดูวิธีการกรอกเลยละกัน
 หน้าที่  1

  ต่อ หน้ที่  1

เมื่อกรอกหน้าที่ 1 เสร็จ ให้ เลือกกด Save Draft และ Next เพื่อ ไปหน้าต่อไป

หน้าที่ 2
หลังกรอกเสร็จก็เหมือนเดิมค่ะ เลือก Save Draft  และ Next  เพื่อหน้าต่อไป
หนัาที่ 3
หน้านี้ ให้เลือก No ทั้งหมดเลยค่ะ เสร็จแล้วเหมือนเดิม ค่ะ เลือก Save Draft และ Next หน้าต่อไป

หน้าที่ 4


หลังจากกรอกเสร็จ ให้กด Save Draft และ  Submit  และ Save ไว้ในคอมเราได้เลยค่ะ และปริ้นไว้เพื่อรอวันที่ไปยื่นขอวีซ่าที่สถานกงสุลได้เลย
2. หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
3.รูปถ่าย 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
4.สำเนาบัตรประชาชน +สำเนาทะเบียนบ้าน เซ็นต์ชื่อรับรองให้เรียบร้อย
5.หลักฐานการทำงาน
   -.สำหรับผู้เป็นเจ้าของ กิจการ ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัท
   -.สำหรับลูกจ้าง หรือ ข้าราชการ ใช้จดหมายรับรองการทำงาน จากบริษัท หรือหน่วยงานราชการ (ใครมีแบบยื่น ภงด.91 หรือ 50 ทวิ ให้เตรียมไปด้วยยิ่งดีค่ะ)
    -.สำหรับนักเรียน นักศึกษา ใช้หนังสือรับรอง สถานะ การเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา
6.หลักฐานการเงิน ที่เพียงพอ กับค่าใช้จ่าย ในการเดินทาง หลักฐานการเงินจากธนาคาร หรือสมุดบัญชีเงินฝาก แสดงย้อนหลัง 6 เดือนขึ้นไป
    -ในกรณีที่หลักฐานการเงิน ไม่เพียงพอ สามารถยื่นหลักฐาน การเป็นเจ้าของ ทรัพย์สินอื่น หรือเอกสาร การชำระ ภาษี ภงด 91  กรณีผู้เขียน ไม่ต้องใช้ หลักฐานทางการเงิน ไปแสดงเนื่องจาก ทางมหาวิทยาลัยหมิงเต้า ที่ไต้หวัน มีหนังสือเชิญไปสัมมนา  และทางมหาวิทยาลัย ออกค่าที่พักให้
7.หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินทั้งไปและกลับ
8.หลักฐานการจองโรงแรม สำหรับผู้ยื่นวีซ่าท่องเที่ยว
9.เขียนโปรแกรมเที่ยวไต้หวัน สัก 1-2 หน้า
หมายเหตุ
-.ผู้ยื่นขอวีซ่ามีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ต้องมี หนังสือยินยอมจากบิดา มารดา หรือผู้มีอำนาจปกครอง พร้อมหลักฐานแสดงความเกี่ยวข้อง
-.ผู้ยื่นขอวีซ่า ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ไม่ต้องแสดงหลักฐาน การเงิน และหลักฐานการทำงาน
-.ผู้ที่มีวีซ่าอเมริกา ที่ยังไม่หมดอายุ ไม่ต้องขอวีซ่าไต้หวันแล้วค่ะ7
s
ที่อยู่ แผนกวีซ่า สถานเอกอัครราชทูตไต้หวัน ประจำประเทศไทย
ชั้น 20 เอ็มไพร์ทาวเวอร์ ถนน สาทรตัดใหม่ กรุงเทพฯ 10120
โทร 02-670-0200-1
อีเมล์ tecovisa(at)i-net.com
เว็บไซต์ www.roc-taiwan.org/th

เวลาทำการ
วันจันทร์ - วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุด) 09.00 - 11.30 น. (รับยื่นวีซ่า) 13.30 - 15.00 น. (รับหนังสือเดินทางคืน)
เริ่ม ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2559 เป็นต้นไป ค่าวีซ่าไต้หวัน ของสถานทูตปรับเปลี่ยนเป็น
ค่าธรรมเนียม แบบ Single entry 1700 บาท และแบบ Multiple entries 3400 บาท
ยื่นแบบเร่งด่วน 2 วันทำการ เสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม
Single entry 850 บาท และแบบ Multiple entries 1700 บาท                    
.................................................................................*******..................................................................



หลังจากได้วีซ่าไต้หวันมาเรียบร้อยแล้ว  (อันนี้เจ้านายจัดการให้ รวมทั้งตั๋วเครื่องบินวันที่ 12-15 อันที่จริงก็ไปสัมนากับบุคคลากร ของมหาวิทยาลัยหมิงเต้า แต่ถือโอกาสไปเที่ยวด้วยเลย เตรียมตัวไปสนามบินกันเลย ทริปนี้ได้ ใช้บริการของสายการบิน ไชน่าแอร์ไลน์

                     ************   ขอแชะสักรูป 2 3 รูปก่อนเดินทางกัน******************

ทริปนี้เริ่มเดินทาง 02.25 น .ไปกันเลย

อันนี้ หน้าตาใบตม.ไต้หวัน กรอกรายละเอียดไม่ยากอย่างที่คิด (อันนี้ เอาของคนอื่นมา อิอิ)สนามบิน
เถาหยวนอยู่ห่างจากไทเปพอประมาณเลยแหละ สามารถไปได้หลายทาง ทั้งแท็กซี่ แต่แพงโคตรเลย เก็บเงินไว้ช๊อปปิ้งดีกว่า หรือขึ้นรถบัส หรือรถไฟ HRS ก็ได้ แต่เรา เจ้านายมารับอิอิอิ เนื่องจาก เจ้านายเป็นคนไต้หวัน เดินทางมาก่อนเราด้วยสายการบิน Eva Airline ขอไฮโซนิดนึงเนื่องจากเธอกลัวเครื่องลำเล็กไปกันเลย เราอยู่ Gust 1






ที่นั่งของไชน่า แอร์ไลน์  3+3 เหมือแอร์เอเชีย ค่ะ แต่ ระหว่างที่นั่งจะรู้สึกสบายกว่าแอร์เอเชียนึดนึง
ได้นั่งริมทางเดิน เพื่อนที่ทำงาน นั่งกลาง ส่วนริมหน้าต่างสาวอังกฤษ    เครื่องขึ้นได้สักพัก ประมาณตี     3 แอร์ เริ่มเสริฟอาหารกันแล้ว ทำไมไม่เสริฟตอนเช้านะแปลก  อาหาร ก็    อร่อยดีค่ะ  เช้าแล้วเครื่อง       แลนด์ ละ สาวอังกฤษดันเปิดหน้าต่างให้แสงแดดมันส่องแสบตามาก    ระหว่างนั่งเครื่อง เราได้ศัพท์   ภาษาอังกฤษใหม่ด้วย ฟังแล้วตลกมากเลย ไม่เข้าใจ
แอร์ สาว บอกสาวอังกฤษว่า : Open down the window '
สาวอังกฤษงง
แอร์สาวย้ำ : Open down the window
สาวอังกฤษ งง อีกแหละ  ไอ้เราก็เข้าใจว่า หล่อนต้องการให้ปิดหน้าต่าง
แล้วหล่อนก็ ทำมือให้ดูว่าปิดหน้าต่าง
สาวอังกฤษเริ่ม ไม่สบอารมณ์ เลยพูดๆไปว่า Close the window ? you said open down , i don't know   open or close
แอร์ สาวเลยพูดไปว่า I am sorry
555555 ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน  Open down the window
....................................................................................................................................................................
   7 โมงเช้า ถึงไต้หวันแล้ว



เดินตรงไปตามป้ายบอกเลยค่ะไม่อยาก  ด่านตรวจเข้าเมือง คนไม่เยอะมาก หรือเขาไปกันหมดแล้ว พวกเรา 4 คน มัวแต่ถ่ายรูปกัน เราได้ ตม.สาวด้วย หล่อนอ่านใบ ตม. เข้าเมืองแล้วตกใจ เพราะ เราตรอกไปว่า พักที่ มหาวิทยาลัยหมิงเต้า
เธอ ถามว่า  you stay at Mingdao ?
ผู้เขียน : Yes
เจ้าหน้าที่ : How long you stay here?
ผู้เขียน : 3 days
หลังจากออกจากสนามบิน เราออกด้านหน้าเลย ประตูที่ 16 เพราะ ว่าเจ้่านาย ขับรถมารับ เนื่องจากเธอมาก่อนเรา 1 วัน

    หลังจากออกจากสนามบิน เราก็นั่งรถหาอาหารเช้า+เที่ยงกัน

   ร้าน แม็ค แล้วกัน ง่ายดี  แต่ราคา อืม ไม่แพ้บ้านเราเลย   ลงเอยที่แพนเค็กละกัน 55555 หน้าตาพื้น ๆจืดๆ ตามด้วยโค๊กละกัน    กินกันไม่หมด มันเยอะเกิน หรือเหนื่อยจนกินไม่ได้ ขนมปังปิ้ง กับไข่ออมเลจ แค่เห็นภาพก็รู้แล้ว ไม่ต้องอธิบายกันเลย

บริเวณ ฝั่งตรงข้ามร้านแม็ค หลังจากอิ่มหนำสำราญกันแล้ว ก็ออกมายืดเส้นยืดสาย ระหว่างรอ บอสมารับ ก็ฆ่าเวลาด้วยการเก็บภาพบริเวณร้านแม็คแล้วกัน                                                                             

    บริเวณรอบๆร้านแม็ค มีสถาปัตยกรรม สวยดี เลยถ่ายรูปมาฝาก ก่อนจะเดินทางไป ไทจง


...................................................................................................................................................................
เดินทางกันเลย เนื่องจาก ไทจง อยู่ทางใต้ของเกาะไต้หวัน ใช้เวลาเดินทางจาก เถาหยวน ก็ประมาณครึ่งวัน โดยรถยนต์ส่วนตัว แต่ถ้าใคร จะเดินทางด้วยรถเร็วหัวจรวดจาก สนามบินเถาหยวน ก็ใช้เวลา ชั่วโมงกว่าๆก็ถึงแล้ว


 

ระหว่างทาง แวะทานข้าวกันก่อน  ฟินสุดสุด น่าจะเป็นสถานีรถไฟฟ้า แต่จำชื่อไม่ได้ เห็นว่า สถานีรถไฟไทจง

   ภายในอาคารมีร้านอาหารให้เลือกมากมายประมาณห้างสรรพสินค้าเล็กๆเลยทีเดียว


บันไดทางขึ้นก็ประมาณว่า เดินอยู่ไต้บาดาลเลยแหละ มีปลาว่ายไป มา  สวยงามมาก



เราเลือกกินแบบง่ายๆละกัน ไม่รู้จะกินอะไร มันไม่หิวด้วย เพิ่งจะกินมาจากร้านแม็ค เอง


บริเวณด้านหลัง The Sky Of Happiness กว้างขวาง เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน

 ก่อนกลับถ่ายรูปกันหน่อย บริเวณที่จอดรถ กว้างขาวงมาก  โออิชิ สักขวดมั้ยคะหรือกาแฟดีคะ ????           เพื่อนสาว เธอยิ้มทั้งวัน ไม่เหนื่อยเลย                                                                                                    
  

 อิ่มนำสำราญกันแล้ว ได้เวลาเดินทางต่อ เป้าหมาย จุดต่อไป วัดไถจงฉานชื่อ




วัดจงไถฉาน เป็นวัดใหญ่ 1 ใน 4 วัดของไต้หวัน เป็นวัดใหญ่ประจำภาคกลางของไต้หวัน เป็นสถานที่สำหรับจาริกแสวงบุญของชาวไต้หวัน นอกจากนี้ยังเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่มีห้องเรียนหลายพันห้องเพื่อให้พระสงฆ์ได้ศึกษาพระธรรม และได้ชื่อว่าเป็นวัดที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งใน  ซึ่งใช้งบประมาณการก่อสร้างกว่าหมื่นล้านบาท โดยมีความสูงอยู่ที่ 150 เมตร ออกแบบโดยวิศวกรคนเดียวกัน กับที่สร้างตึก 101 มีโครงสร้างที่แข็งแกร่งมาก เมื่อปี 1999 เกิดแผ่นดินไหวอย่าง รุนแรง ทำให้หมู่บ้านถูกกลืนหายไป  แต่วัดนี้กลับไม่เป็นอะไรเลย นับตั้งแต่นั้นมากผู้คนต่างพากันเลื่อมใส่ศรัทธาเป็นอย่างมาก


ประตูทางเข้าภายบริเวณวัด กว้างขวางมาก


       ภายในมีรูปปั้น หลายองค์เลย.ภายในกว้างใหญ่มาก จะมีคนคอยเตือนว่า ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามคุยกัน
                                                                                                
หลังจากเดินชมภายในวัดแล้ว ก็ออกมาหาของกินกัน ด้านหน้าวัดมีร้านค้ามากมาย มีสวนเสาวรสด้วย เก็บขายกันสดๆเลย เราซื้อ มา ถุง นึง 100 ดอลล่าไต้หวัน   และที่ไม่ลืมเมื่อมาเยือนไต้หวัน นั่นคือ ชานมไข่มุก  อร่อยกว่าที่เมืองไทยซะอีก                                                                                                                                                          
..................................................................................................................................................................

   วันนี้เที่ยวทั้งวันได้เวลากลับไปโรงแรมเพื่อเช็คอิน ก่อน เที่ยวตลาดคนเดินตอนกลางคืน


 คืนนี้ขอพักที่โรงแรม Taicjung Harbor Hotel


   1 ห้อง มี 2 เตียง เรานอนกัน 4 คน สำหรับห้องนี้ ได้ที่ พักแล้วไปลุยกันต่อเลย

  ถึงแล้วตลาดคนเดินตอนกลางคืนวัยรุ่นเยอะมาก ก่อนอื่นขออับเดจกันก่อน  เดียว บอส ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนกัน



แต่ละร้านคนต่อแถวยาวมาก มีแต่ร้านนี้แหละที่คนน้อย ก็ลองชิมดู ราคาไม่แพง นัก เริ่มเหนื่อยมากแล้ววัน กลับที่พัก ไปนอนก่อน เพื่อพรุ่งนี้จะได้เดินทางต่อ


กาแฟ ตอนเช้าที่โรงแรม อาหารเช้าที่นี่ เขาว่าอร่อยมาก  รายการอาหารเช้าของโรงแรม  อร่อย

..................................................................................................................................................................
วันที่ 2 ของทริป ไปเยี่ยมชมและสัมมนาที่มหาวิทยาลัยหมิงเต้า ไต้หวัน ที่นี่ เป็นมหาวิทยาลัย สอนหลักสูตรนานาชาติ ร่วม กับ 6 มหาวิทยาลัย ดัง ของอเมริกา  หากน้องๆสนใจที่จะเรียนหลักสูตร  2+2  นั่นคือ เรียน ที่หมิงเต้า 2 ปี และเรียนที่อเมริกา 2 ปี

http://www.mdu.edu.tw/#

หลังจากเสร็จภาระกิจ เวลาเที่ยงวันพอดี เจ้าหน้าที่พาไปทานอาหารมื้อเที่ยง มื้อนี้ มีเมนูมาแนะนำ ร้านแพะ เราจะไปกินสุกี้แพะกัน


น้ำจิ้มสุกี้  ชาและน้ำบ๊วย  คนที่นี่เขาบอกว่ากินเนื้อแพะแล้วจะทำให้ผิวพรรณดี  แต่เรากินไม่ได้เลยมันเหม็น

สุกี้เนื้อแพะ ร้านนี้ มีแต่แพะ ทำกันสดๆ เรากินไม่ได้เพราะว่ามันเหม็นเคา กินแต่ผักนิดหน่อย กลิ่นแรงพอสมควร เนื่องจากติดตัวติดผมมาเลย รู้สึกไม่สบายตัวเลย หลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จ ก็ต้องเข้าไปมหาลัยกันต่อเพื่อเก็บงานนิดหน่อย  ออกจาก มหาวิทยาลัยหมิงเต้า บ่าย 3 โมง ก็เดินทางกลับ เถาหยวน ไปที่พักกัน ถึงที่พัก ประมาณ 3 ทุ่ม เริ่มหิวอีกแล้ว ก็ไปต่อกันที่ร้าน สุกี้อีกแล้ว  ได้เวลากลับที่พักแล้ว คืนนี้พักที่เถาหยวนกัน

อาหารมื้อค่ำของวันนี้ สุกี้ทะเล น้ำจิ้มไม่ถูกปากเท่าบ้านเรา อยากจะแนะนำเลยว่าใครที่กำลังจะไปเที่ยวไต้หวัน และเป็นคนทานอาหารรสจัด ให้เตรียมน้ำจิ้มสุกี้ ไปจากไทยเลยค่ะ หรือพริกน้ำปลา
คืนนี้เราพักกันที่
Chateau de Chine Hotel  ซึ่งไม่ไกลจากสถานีเถาหยวนมากนัก เดิน 10 นาทีก็ถึง ที่จริงถ้าเดินแบบรีบๆ 5 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ
 โปรดสังเกตห้องน้ำนะคะจะมีม่าน คล้ายมู่ลี่ ตอนที่เราเข้าไปอาบน้ำ มู่ลี่เปิดอยู่แต่ไม่ได้สังเกตเพราะทุกครั้งเวลาไปเที่ยว ห้องน้ำของโรงแรมจะมิดชิดมาก ผนังไม่ได้เป็นกระจกเหมือนที่นี่ค่ะ อาบน้ำ เพื่อนเข้าไปอาบต่อ สักพักเธอวิ่ง มาถามว่า พี่พี่ อาบน้ำไม่ปิดมู่ลี่เหรอ ไอ้เราก็ไม่รู้เรื่องวิ่งเข้าไปดูถามเขาว่ามู่ลี่อะไร เห็นฝั่งตรงข้ามชัดเจนเลยป่านนี้เขาคงเห็นเราหมดทั้งตัวแล้ว ป้าเอ๋ย เพื่อนก้ไม่ได้ดูอาบเสร็จถึงจะเห็นว่า สังเกตุว่าอะไรทำไมมันมีไฟแว๊บด้านนอก 5555555 สรุป ชาวบ้านเขาเห็นเราหมดแล้ว
Breakfast ก่อนออกเดินทางเที่ยวด้วยตนเอง
.............................................................................................................................................................

วันที่ 3 ของทริป วันนี้เราจะเดินทางไปเที่ยวไทเปกัน  จากที่พักแถว เถาหยวน จะไปไทเป  เราเดินทางโดยรถไฟธรรมดา ขึ้นที่สถานีเถาหยวนกันค่ะ ไปด้วยรถไฟธรรมดาค่ะ  ไปลงที่สถานี Taipei  Main Station

ด้านหน้าสถานีเถาหยวน


ด้านข้างสถานี
 ห้างสรรพสินค้าตั้งอยู่ด้านขวาของสถานี


ที่นี่เราสามารถซื้อตั๋วได้ทั้งที่ตู้อัตโนมัติ และที่ห้องขายตั๋ว  ราคา 4 คน ประมาณ 100 กว่า ดอลล่าไต้หวัน

ได้ตั๋วมาแล้วไปรถขึ้นรถกันเลย ที่สถานีนี้มี 2 ชานชาลา ของเราไปขึ้นที่ชานชาลา B

เอาแผนที่มาฝาก เป้าหมายของเราวันนี้ จุดที่ 1 จากสถานีเถาหยวน เดินทางไปที่จุดที่ 2  Taipei main Station ซึ่งเป็นสถานีเชื่อมกับ MRT และสถานีรถไฟหัวจรวด

ออกจากรถไฟ ก็เจอทางออก เลยค่ะ เดินไปเรื่อยๆ


เป้าหมายของเราคือจะไปไหว้พระที่วัด Longshan  ที่สถานีรถไฟฟ้า MRT มีป้ายชี้ตลอดทางไม่ต้องกลัวหลงค่ะ เราจะไป Longshan Temple กัน เดินตามลูกศร หมายเลข 1 เลยค่ะ   หรือถ้าเราดูจากแผนที่  MRT เราไปMRT สายสีน้ำเงิน Blue Line กันค่ะ แต่ไม่ต้องจำก้ได้ค่ะ เพราะมีป้ายบอกตลอดทาง

 เดินตามลูกศรชี้เลยค่ะ

ก่อนอื่นต้องไปซื้อบัตร Easy Card ก่อนค่ะ ไปขอซือตั๋วที่ทางเข้า เขาไม่ขายค่ะ เขาบอกใช้บัตร Easy Card เท่านั้นในการชำระค่าโดยสาร ซึ่งบัตรตัวนี้ ใช้ได้ทั้งค่าโดยสาร MRT และจ่ายค่าอาหารในร้านค้าต่างและ 7-11ได้ด้วย

ได้มาแล้ว บัตรEasycard  ต้องเสียค่ามัดจำบัตร 100 NT เราซื้อ 400 NT ต้องจ่ายไป 500 NT บัตรนี้ ใช้จ่ายได้ตามร้านอาหาร ซื้อตั๋วรถไฟ  เมื่อได้บัตรมาแล้วไปกันเลยค่ะ  ที่นี่ ชานชาลา เขาเรียกว่า platform กัน หาไม่ยากค่ะ

 เดินไปตามป้ายที่ลูกศรชี้เลยค่ะ

จากสถานี Taipei Main Station ไป วัดหลงชาน  2 ป้ายเท่านั้น ราคา 15 $


 ออกจากสถานี ด้านหน้าก็จะมีป้ายชี้บอกค่ะ ว่าทางไปวัดหลงชาน

ป้ายชี้ไปทางขวามือ เดินไปประมาณ  180 เมตร ก็ถึงแล้วค่ะ

วัด หลงชาน หรือ Longshanไหว้พระขอพร กันก่อน
เป้ายหมายต่อไป ตั้งใจจะไปชอปปิ้ง แถว Ximen  ซึ่งเดินทางด้วย MRT เหมือนเดิน เราต้องย้อนกลับ 1 สถานี ที่ จริง จากสถานี Taipei Main Station - Ximen - Longshan ,

ออกจากสถานี Ximen มองไปด้านหน้า คล้ายๆสยาม บ้านเรา เป็นแหล่งชอปปิ้งของวัยรุ่น


หลังจากชอปปิ้งกันจนเกือบหมดเนื้อหมดตัว เริ่มขอยืมเงินกันแล้ว อิอิอิ  สถานีต่อไป เราจะไป ตึก ไทเป 101 กัน  เราต้องนั่ง MRT กลับไปที่ Taipei Main Station เพื่อเปลี่ยน รถไฟใต้ดินสาย สีแดงกัน ที่จริงแค่ป้ายเดียวเอง เดินไปก็ได้ค่ะ  จากสถานี Taipei main station ไป ตึก Taipei 101 สถานีที่ 7 ค่ะ
ออกจากสถานี MRT ก็เจอตึก 101 เลยค่ะ คล้ายสยามพารากอน บ้านเรา สินค้าที่ราคาจะแพง มาก เราเลยไม่กล้าเข้าไปซื้อกัน


เป้าหมายต่อไป เราจะไป Shilin Night Market กัน  เราจะนั่งรถสายเดิม ค่ะ นั่งกลับย้อนไป ทาง Taipei Main Station   ประมาณ 10 กว่า สถานี ก็ถึงค่ะ
ระหว่างนั่งรถไฟ ได้ถ่ายรูป ข้างทางมาด้วย





Shilin Night Market เป็นตลาดกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวันและยังได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งทั้งจากชาวไต้หวันและนักท่องเที่ยวทั่วโลก หลังจากเดินวนๆในตลาดหนึ่งรอบ เราก็เข้าใจทันทีว่าทำไมตลาดกลางคืนแห่งนี้ถึงฮอตได้ขนาดนี้ โอ้โห!! อาหารน่ากินๆเยอะมากๆๆๆ แถมยังมีพวกเครื่องแต่งกาย รองเท้า ของเล่นและอื่นๆอีกมากมาย เรียกว่าครบครันสุดๆ เดินกันจนมืดค่ำแล้ว ได้เวลากลับ ที่พักกันแล้ว ออกจาก Shilin Night Market ประมาณ 6 โมงกว่า ก็มืดแล้ว  
เรากลับเส้นทางเดิมค่ะ ด้วย MRT  ไปยังสถานี Taipei Main Station เพื่อไปต่อรถไฟธรรมดา ที่สถานีนี้ค่ะ 




เนื่องจากเราต้องกลับรถไฟธรรมดากัน ต้องมาซื้อตั๋วที่นี่กันค่ะ คล้ายหัวลำโพงบ้านเรานี่แหละ คนขายตั๋วบอกว่ารถไฟจะออกภายใน 5 นาทีนะ เราก็ถามเขาไปว่า ชานชาลา A หรือ B มันตวาด เราด้วยบอก BBBBB คนมันไม่ได้ยินนี่ รถจะออกใน 5 นาที ตายล่ะ ต้องวิ่งอย่างเดียว แถมสถานนีมันเชื่อมกับรถไฟฟ้า จรวดต้องดูดีดี นะคะ จะมีป้ายเขียน ว่า ทางไป   THSR (Taiwan High Speed Rail)"  กับรถไฟธรรมดา คือ TRA เรา 5 นาทีสำหรับการเดินทางครั้งแรกของเรามันเรื่องใหญ่ มากเลยค่ะ วิ่งแทบไม่คิดชีวิต มาถึง ชานชาลา B รถกำลังจะออกพอดี ( กลับถึงที่พัก บอสบอกว่า ตั๋วมันใช้ได้ทั้งวัน ขบวนแรกไม่ทัน ขึ้น ขบวนต่อไปได้ แล้วทำไม คนขายมันไม่บอกว่ะเนี่ย ปล่อยให้วิ่งเกือบตาย)
ถึงสถานี เถาหยวน เราก็เดินเล่นไปเรื่อยเพื่อไปที่พัก ประมาณ 10 นาทีก็ถึงที่พักแล้ว คืนนี้เราพักที่เดิมค่ะ