จองห้องพักได้ที่นี่

agoda.com INT

Tuesday, November 15, 2016

รีวิวเที่ยวสิงคโปร์ด้วยตัวเอง 2วัน 1คืน



ได้มีโอกาสไปเที่ยวสิงคโปร์อีกครั้ง หลังจากเวลาผ่านไป 10 ปี ซึ่งครั้งที่แล้ว เป็นทริป มาเลเซีย-สิงคโปร์ ตอนนั้น ไปด้วยรถไฟ กรุงเทพ-บัตเตอร์เวิร์ด ซึ่งตอนนั้นสิงคโปร์ ยังไม่มีตึก Marina Bay Sands เลย 
สิ่งที่ต้องเตรียม
1.จองตั๋วเครื่องบินก่อนเลยค่ะ นั่งเฝ้าเช็คอยู่หลายวันเหมือนกัน ก็ไปเจอเอาสายการบิน Scoot Air  ราคา 2900 บาท ต่อ คน ราคานี้ไปกลับแล้วนะคะ  เราจองแบบไม่+น้ำหนักกระเป๋า แต่ซื้อที่นั่งแทน ที่ไม่ซื้อโหลดน้ำหนัก เพราะคิดว่า ไปแค่ 2 วัน 1 คืน ไม่ต้องเอาอะไรไปมาก 
เมื่อเช็คตั๋วแล้ว โทรชวนผู้ร่วมทางเลยค่ะ แหมเพื่อนก็ไม่ปฏิเสธเลย ตกลง ไปกัน 3 คน เรา 1 คน และเพื่อน กับลูกสาว 1 คน เป็น 3 คน พอดี  เราจองตั๋วเดินทางตอนกลางคืนค่ะ ของคืนวันที่ 18 พย.2016 เวลา 00.50 จะไปถึงสิงคโปร์ 04.15 ก็ทัน MRT เที่ยวแรกเลย  


2.Search หาโรงแรมซิคะ จะรออะไรล่ะ เลยใช้บริการของ www.booking.com เนื่องจากจองแล้วไปจ่ายที่โรงแรมได้เลย ที่จริงตอนนี้ ทาง Agoda ก็ทำวิธีเดียวกับ Booking.com


https://www.agoda.com/partners/partnersearch.aspx?cid=1764920&pcs=1




http://www.booking.com/index.html?aid=1200735


 แล้วนะคะ มีให้เลือกทั้งจองก่อนจ่ายที่หลัง กับจองแล้วจ่ายเลย ซึ่งราคาจะไม่เท่ากันค่ะ จองแล้วจ่ายเลยจะได้ราคาถูกกว่า แต่เราขอจองแบบจ่ายที่หลังตอนเข้าพัก อันนี้เผื่อเปลี่ยนใจค่ะ
ก่อนหาโรงแรม ก็วางแผนเที่ยวเคร่าๆๆกันก่อน มองหาโรงแรมแถว เกลังก่อนเลย เนื่องจากถูก และอีกอย่าง คราวที่แล้ว เราก็เคยพักแถวนี้ เลยคุ้นเคย พอประมาณอีกอย่าง ร้านอาหารส่วนใหญ่เป็นร้านคนไทย แต่ คิดไปคิดมา ถ้าพักแถว เกลัง เราจะเที่ยวแล้วกลับดึกไม่ได้ เลย หารีวิว ที่คนไทยส่วนใหญ่ไปพักกัน เลย หาแถวไชน่าทาว์น ค่ะ เนื่องจาก สถานที่เที่ยว อยู่ใกล้กันหมด
เลยได้ โรงแรม   The Inn at Temple Street  ในราคา 97 $  พัก 3 คน หารกัน ก็ประมาณคนละ 1200

3.จัดการเช่า Pockket WiFi (Singapore 4G) ของบริษัท Global  ค่ะ  ราคา 280 บาท ต่อวัน 2 วัน 560 บาท อันนี้หารกันค่ะ

วันแรก 18 พย.2016  นัดเจอกันที่ สนามบินดอนเมือง 2 ทุ่ม  เทอมินอล 1  ก่อนเช็คอินก็ไปรับ Pockket Wifi ก่อนเลยค่ะ ต้องไปรับที่ชั้น 1 ผู้โดยสารขาเข้าค่ะ



มาถึงเร็ว ได้เช็คอินคนแรกเลย  scoot air ออกตรงเวลาเปะ  23.50 น. ตอนเช็คอินไม่ได้ดูเลขที่นั่ง เพิ่งจะมาเปิดดูตอนจะขึ้นเครื่องล่ะ ได้เลขที่นั่ง 32 A  มาเอะใจ เราได้จ่ายเงินจองที่นั่งด้วยนี่แล้ว ตอนจอง คือ 20 A ทำไมให้ช้าน 32 A นั่งตรงปีกอีกแล้ว คือกลัวเครื่องค่ะ นั่งตรงปีก เวลาเครื่องบิน เลี้ยว ปีกจะเอียง คนที่นั่งแถวใกล้ปีกจะเห็นชัดและรู้สึกถึงการเลี้ยวและเอียงของเครื่อง มากกว่าคนที่นั่ง แถวด้านหัว
โมโหตัวเองสุดๆที่ไม่ได้เช็คให้ละเอียด
ใช้เวลา 2 ชม. เครื่องก็ลงจอดที่สนามบิน ชางงี  ที่สิงคโปร์ เป็นเวลา 01.50 AM. ตรงเวลาเปะ  เวลาที่สิงคโปร์ จะเร็วกว่า ประเทศไทย 1 ชม.ค่ะ ที่สิงคโปร์ ก็ 02.50 AM.ค่ะ


 เจ้า Scoot ลำนั้นแหละค่ะที่นั่งมา  ใครเป็นเหมือนเรามั่ง นั่ง Scoot ทีไร มีอาการปวดหู มาก ใครพูดอะไรก็ไม่ได้ยินเลย  นั่งเครื่องมาก็เยอะ แต่ไม่ปวดหูเท่ากับ นั่ง Scoot Air เลย ครั้งแรก นั่งไปญี่ปุ่น ก็รู้สึกปวดเหมือนกัน ตอนแรก ก็คิดว่า เอ้ย เรามีปัญหาหรือเปล่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมปวดหู จัง แต่ได้ยินลูกสาวเพื่อน ร้องบอกแม่เขาว่า มี้หนูปวดหูมากเลย  ส่วนเรื่อง อากาศแปรปรวน เที่ยวนี้ นั่งสบายมากเลยค่ะ เครื่องไม่สั่นเลย



 ลงเครื่องมา ก็จะเห็นผู้คนแวะ นอนกัน แถวนี้ ก่อน ตี 2.50 เราก็ไม่อยากเสียเงินค่าที่พักอีก 1 คืน เพราะ อีกไม่กี่ ชม.ก็จะเช้าแล้ว และอีกอย่าง MRT เข้าเมืองเที่ยวแรก เริ่ม 5.30 AM. เราก็เลยเดินเล่น ถ่ายรูปกันก่อน ก่อนจะไป Immigration กัน


  เราก็เดินเล่นถ่ายรูปจนเวลา 3.30 น. ก็ไปเข้าแถว ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองกัน

 หน้าตา Immigration Card Singapore  ก่อนยื่นให้เข้าหน้าที่ ประทับตรา เรา ลืม กรอก ส่วนที่ 3
เจ้าหน้าที่ ก็หันไปทางเพื่อน ที่ยังเข้าแถวอยู่ แล้ว ถามว่า
เจ้าหน้าที่ :She come together with you ?
เรา : Yes
เจ้าหน้าที่ : Go to write again, and ask her go to write again with you,
นักท่องเที่ยวคนอื่น ๆมันให้เขียนต่อหน้ามันได้ นี่ ทีเราไล่ให้ไปเขียนมาใหม่  ต้องไปต่อแถวใหม่ คราวนี้ ผู้โดยสารจากฟิลิปปินส์ เยอะมาก โดนลากตัวเข้าห้องเย็นกันเป็นแถวเลย
สรุปไม่มีปัญหาค่ะผ่านโลด
ตอนนี้ ก็เวลา 4.30 น. ไปนอนเล่นแถว MRT ดีกว่า
เพื่อนกับลูกสาว เธอหลับ กันแต่เรา นอนไม่หลับ กลัวหลับยาว สัก ตี 5 เราก็ปลุกเพื่อน บอกไปซื้อ การ์ดก่อนดีกว่า



ออกจากตรวจคนเข้าเมือง ก็เดินไปเรื่อย ตามลูกศรที่บอกเลยค่ะ จะมีป้านบอกตลอดทางไม่ต้องกลัวหลงค่ะ

บัตร Ez-Link บัตรนี้ หลานให้มาค่ะ เขามาเที่ยว 2 เดือน ที่แล้ว ยังมีเงินอยู่ ประมาณ 5 $ ไม่รวมค่ามัดจำ ในบัตรนะคะ
Ez-Link เป็นบัตรสารพัดประโยชน์ค่ะ สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรา มีไว้ใช้ชำระค่าโดยสารรถประจำทาง รถไฟฟ้า และ Sentosa express ค่ะ ข้อดีคือ ไม่ต้องพกเหรียญ หรือเงินสด อีกทั้งไม่ต้องเสียเวลาไปเข้าแถวซื้อตั๋วอีก  บัตรนี้ ไม่มีวันหมดอายุ ค่ะ เห็นคนไทยที่ต่อแถว เติมเงินบัตร เขาเองก็ได้บัตรมาจากเพื่อนอีกที เพื่อนเขามาเที่ยว เมื่อ 2 ปี ที่แล้ว
เราสามารถเติมเงินได้ที่ตู้อัตโนมัติ หรือที่เคาร์เตอร์ ได้เลยค่ะ ไม่ยุ่งยาก หลังจากเติม เงิน ไปเรียบร้อยแล้ว 10 ดอลล่า สิงคโปร์ เราก็เดินทางไปย่านที่พักก่อน จะไปขอเช็คอินก่อน แล้วอาบน้ำ เผื่อเขาใจดี มีห้องว่าง ถ้า รอ ถึง บ่าย 2 โมง ไม่รู้จะไปเดินที่ไหนก่อนดี
เราจะนั่ง MRT เข้าเมืองกัน MRT จะอยู่ที่ Terminol 2 เลยค่ะ

เป้าหมายของเราคือ Chinatown  โรงแรม The Inn Temple Street


เริ่มต้นจาก Airport  -Tanah Merah เปลี่ยนขบวนที่ Tanah Merah  ขึ้นที่ป้าย To City  แล้วไปลงที่ Outram Part เพื่อเปลี่ยน สายสีม่วง แล้วไปลงที่ สถานี ChinaTown    นั่งรถไฟไม่ถึง 20 นาที ก็ถึงย่านไชน่าทาว์น แล้ว ยังไม่ 6 โมง เลย


   ไชน่าทาว์น ออกจากสถานี แล้วเจอ ป้ายแบบนี้ ไม่หลงแน่นอนค่ะ





 ยังเช้ามืดอยู่เลย ถ้ามาคนเดียวคงไม่กล้ามาเดินตอนนี้แน่ คงต้องนอนอยู่สนามบิน ก่อน


   ปากซอย Temple Street  หน้าถนนเป็นวัดแขกค่ะ












ออกจากสถานีเราสามารถ ไปโรงแรมได้หลายทาง ค่ะ ตามลูกศรค่ะ


1.ออกจากสถานี เดินตรงไปทางวัดแขก เสี้ยวขวา ไปที่ซอย temple Street  แล้วเสี้ยวเข้าซอย เดินหาไปเรื่อยๆค่ะ
หรือ 2. ออกจาก สถานีไชน่าทาว์น เสี้ยวขวา แล้วเสี้ยวซ้าย  ก็เจอโรงแรมเลยค่ะ เดินไม่ถึง 2 นาที


เจอแล้ว เข้าไปขอเช็คอิน เจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่มีห้องว่างตอนนี้ ต้องมาเช็คอินใหม่ บ่าย 2 เราก็เลยฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อน
เป้าหมายต่อไป คือ ไป ไหว้พระ วัดเจ้าแม่กวนอิม กัน แต่วัดเปิดให้เข้าไปไหว้ตอน 10 โมง งั้นก้ไม่เดินเล่นแถว ลิสเติ้ลอินเดีย กันก่อน

 อาหารเช้า ที่ร้านแม็ค

 



 ดีใจสุดๆๆที่เจอ 7-11 นั่นแสดงว่า รอดตายแล้ว หิวน้ำมาก

หาอะไรลองท้องอีกรอบดีกว่า  อาหารเช้าของคนที่นี่  ห่อหมก  กาแฟ กินด้วยกันยังไงเนี่ย





Friday, May 6, 2016

แบกเป้เที่ยวกัมพูชา เยือนนครวัด นครธม ณ เมืองเสียบเรียบ

แบกเป้เที่ยวกัมพูชา เยือนนครวัด นครธม ณ เมืองเสียบเรียบ  3 วัน 2 คืน   มีเพื่อนร่วมทางอีก 4 คน
เส้นทางการเดินทาง คือ กทม - ด่านบ้านแหลม จันทบุรี -เสียบเรียบ > เสียมเรียบ - ด่านบ้านแหลม - กทม. ล้อหมุน ตี 5 วันที่ 30 เมษายน 2559  จากกรุงเทพ  ขับรถไปเอง ไปผ่านด่านบ้านแหลม จังหวัดจันทบุรี ใช้เวลา เดินทางประมาณ 5 ชม. ถึงด่านบ้านแหลม ที่ไปผ่านด่านนี้เนื่องจาก มีเพื่อน ชาวกัมพูชาทำงานทีด่าน จะทำหน้าที่เป็นไกด์และขับรถฝั่งกัมพูชา  เรามาถึงด่านบ้านแหลม 11.00 น. ที่มาสาย เพราะ แวะ กินทุเรียน กันก่อน  ระหว่างนั่งรถ ก็ส่งพาสปอร์ตผ่านไลน์ให้หนุ่มกัมพูชา กรอก ใบตม.ให้ก่อน ไปถึงจะได้ไม่เสียเวลา รอนาน 

ผลไม้ไทยเรานี่แหละ สุดยอดแล้ว


ก้านยาว ไม่ค่อยชอบกิน ส่วนตัวหมอนทองอร่ยอกว่า เลยจัดละ 3 ลูก 1000 กว่า บาท  2 ลูก กินในรถ อีก 1 ลูก เอาไปฝาก หนุ่มกัมพูชา

ระหว่าง ทาง เพื่อนโทรมาขอ ใหส่งสำเนาพาส ให้เธอ เขียนใบ ตม.ไว้ รอเรา ไปถึงจะได้เข้าเลย


ถึงแล้วด่านบ้านแหลม ฝั่งที่เรายืนถ่ายรูป จะเป็นฝั่งกัมพูชาแล้ว ค่ะ ด่านบ้านแหลมคนไม่ค่อยเยอะเท่าด่านปอยเปต






หลังจากผ่านตม แล้วก็เดิน ตามเพื่อนไปเลย 


อากาศร้อนน่าดูเลย เพื่อนหนุ่มชาวกัมพูชา  ที่น่ารัก ได้รู้จักกันตอนที่ ไปเที่ยว กำแพงเมืองจีน กัน  เราสัญญา ว่า สักวันจะไปเยี่ยม ประเทศเพื่อน บ้าง
เพื่อนมีนาม ว่า V7  ที่ชื่อแบบนี้ เนื่องจาก เป็นลูกคนที่ 7 ของครอบครัว
จากด่านบ้านแหลม ไป ตัวเมืองเสียมเรียบ ใช้เวลา  3-4 ชม. เรามาถึงที่ถ่าน ประมาณ บ่ายเมือง เราเตรียมเสบียงมาบ้างแล้ว เลย วิ่ง ยาวเลย ไม่ต้องแวะ ไม่อยากไปถึงเสียมเรียม ค่ำ

มาถึง ก็ไปหาโรงแรมกันก่อนเลย กลัวห้องเต็ม  ก็มาได้โรงแรม แถว อังกอร์ นั่นแหละ ค่าห้อง คืนละ $45
เรา มากัน 5 +1  เลย ต้องจอง 3 ห้อง เรา เสียสละ ให้ หนุ่ม 1 ห้อง นอนคนเดียว
ได้ห้องเสร็จ ก็ ขับรถไปเที่ยว นครวัด นครธม กันเลย ไปถึง 5 โมง แล้ว ไม่ได้ซื้อตั๋วเข้า เนื่องจาก ราคาตั๋ว คนละ $20 ไม่คุ้ม เจ้าหน้าที่เข้ามาขอดูตั๋ว เราไม่มี เลยถูกเชิญ ให้ ออก  พอดี ลืม เพื่อนชาวกัมพูชา บอกว่า ห้ามพูดกัน เขาจะได้ไม่รู้ว่า เป็นต่างชาติ  จะซื้อ อาหาร หรือเครื่องดื่มต้องให้ เพื่อนชาวกัมพูชาซื้อให้ เนื่องจาก ที่ นี่ ราคา สินค้า ทุกชนิด สำหรับชาวต่างชาติจะแพงกว่า คนในพื้นที่ เพราะฉนั้น ต่องเป็นใบ้อย่างเดียว

ได้เวลา อาหารเย็นแล้ว




อาหารคล้าย บ้านเรา






ที่นี่นิยมเบียร์ ไทเกอร์




 หลังจากอิ่มหนำสำราญ กันแล้ว ไปเดินเล่นกันที่ Walking street หรือถนนคนเดิน  ช่วงกลางคืน จะครึกครื้นไปด้วย ฝรั่ง เหมือน ถนนข้าวสารบ้านเรา ยังไงยังงั้น







*********************************************************************************
วันที่ 2 ของทริป
ตื่นสาย อาหารเช้าหมด อิอิอิ
วันนี้ โปรแกรม เที่ยวปราสาท นครวัด นครธม  ปราสามตาพรหม  ทั้งวัน  ต้องเตรียมตัวเดินทางไปซื้อตั๋วก่อน  สถานที่จำหน่ายตั๋ว ก็ย้าย ไปที่ใหม่ได้ประมาณ เดือนกว่า สถานที่ กว้างขวางใหญ่โตมาก







ตั๋วเข้าชสมปราสาท มี 3 แบบ ตามวันที่เราจะเที่ยว คือ
1.แบบ 1 วัน = $20
2.แบบ 3 วัน = $40
3.แบบ 7 วัน = $60


ที่นี่ต้องไปเข้าแถวซื้อด้วยตนเองค่ะ เนื่องจากต้องถ่ายรูป ติดบัตรด้วยค่ะ  คิดว่าเขาต้องการป้องกัน การรั่วไหลค่ะ กลัวว่า จะให้คนอื่นใช้ต่อ เลยต้องถ่ายรูปติด และต้องยื่นให้เจ้าหน้าที่ ตรวจทุก สถานที่ค่ะ


 ได้มาแล้วค่ะ ตั๋วแบบ 1 วัน $ 20   รูปหน้าเกลียดมาก  เราเก็บไว้เป็นที่ระลึก ค่ะ

เช้าๆ เพื่อนบอกว่า ไปนครธม กันก่อน บ่ายค่อยเที่ยว นครวัด หรืออังกอร์ กัน เนื่องจาก จะได้ภาพสวยๆ









 ทางเข้านครธม ใหญ่โตจริงๆ ความยิ่งใหญ่ คือการที่เอาก้อนหินก้อนใหญ่มาวางทับกันให้เป็นรูปร่างได้

นครธม  เป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์ สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของ นครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า ปราสาทบายน และมีพื้นที่สำคัญอื่นๆ รายล้อมพื้นที่ชัยภูมิถัดไปทางเหนือ
จุดเด่นที่สุดคือทางเข้าด้านใต้ ที่มีลักษณะเป็นหน้า 4 หน้า ก่อนจะเข้าสู่บริเวณนี้ จะเป็นแถวของยักษ์ (อสูร) ทางด้านขวา และเทวดาทางด้านซ้าย เรียงรายแบกพญานาคอยู่สองข้างสะพาน เมื่อเข้าสู่ใจกลางนครธมจะพบสิ่งก่อสร้างต่างๆ บริเวณประตูด้านใต้นี้ได้รับการอนุรักษ์ฟื้นฟูไว้ได้ดีกว่าบริเวณอื่นๆ อีก 3 ด้าน
ขอบคุณแหล่งที่มา ******* https://th.wikipedia.org/wiki/นครธม

 *********************************************************************************
 12.30 น . ไปหาร้านอาหารกินกัน ในบริเวณ ปราสาท มีร้านอาหาร ให้เลือกมากมาย


  โถใส่ข้าว เหมือน บ้านเราสมัยก่อนเลย


แกงป่า ผักบุ้ง



อันนี้ผัดกระเพราทะเล ชอบไอเดียเขาที่ใช้ กะลามะพร้าว เป็นถ้วยใส่อาหาร


อร่อยไปอีกแบบ

อาหาร ออกช้ามาก รอประมาณ 1 ชม.  กว่า ถึงจะได้กิน

บ่าย 2.30 ไปเที่ยวต่อ Angkor วัดกัน มองไปรอบๆ  มีแม่น้ำล้อมรอบ สมัยก่อนน่าจะป้องกันข้าศึก

ปราสาทนครวัดมีขนาดใหญ่มากถึง 200,000 ตารางเมตร ตัวปราสาทสูง 60 เมตร ยาว 100 เมตร และกว้าง 80 เมตร มีแผนผังที่ถือว่าเป็นวิวัฒนาการขั้นสุดยอดของปราสาทขอม มีปราสาท 5 หลังตั้งอยู่บนฐานสูงตามคติของศูนย์กลางจักรวาล มีกำแพงด้านนอกยาวด้านละ 1.5 กิโลเมตร มีคูน้ำล้อมรอบตามแบบ มหาสมุทรบนสวรรค์ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ
ใช้หินรวม 600,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้แรงงานช้างกว่า 40,000 เชือก และแรงงานคนนับแสนขนหินและชักลากหินมาจากเขาพนมกุเลน ชึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 50 กิโลเมตร มาสร้าง
ปราสาทนครวัด มีเสา 1,800 ต้น หนักต้นละกว่า 10 ตัน ใช้เวลาสร้างร่วม 100 ปี ใช้ช่างแกะสลัก 5,000 คน และใช้เวลาถึง 40 ปี
หอสูง 60 กว่าเมตรศูนย์กลางของกลุ่มปราสาท อันเปรียบเสมือนศูนย์กลางของจักรวาลนั้น มีทางเดินขึ้นที่ชันมาก ราว 50 องศา แต่ก็กลับเป็นจุดสำคัญที่นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยจะต้องปีนขึ้นไปและไต่ลงมา ที่จุดบนสุดของหอนี้จะมองเห็นวิวที่สวยสุดของปราสาท
ข้อมูลจาก ********* https://th.wikipedia.org/wiki
ที่เห็นเป็นแค่ประตูทางเข้าปราสาทค่ะ ข้างในอีกยาวไกล








เข็ดล่ะ มาหน้าร้อน  อากาศร้อนมาก ต้องเดิน เข้ามาไกล กว่าจะถึง ต้องหลบใต้ต้นตาล ตลอดทาง อิอิ
มีน้ำตาลโตนด ขายด้วยนะคะ แก้วละ 20 บาท ไทย ต้องให้เพื่อนคนเขมร ซื้อให้ค่ะ ถ้าคนไทยซื้อ น่าจะแพงกว่า




 


นางอัปสรา








ยามเย็น ที่นี่สวยมาก 


ภาพส่งท้าย ก่อนกลับที่พัก ไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วออกไปหาอะไรกิน  

******************************************************************
คืนนี้ ขอกินอาหารข้างทางกัน  ขนมปัง เพื่อนคนเขมรบอกว่า เป็นไฮไลน์ ของคนเขมรเลยแหละ ข้างในขนมปัง สอดไส้ด้วยหมูสับ +กระเทียม กินกับ งาจาด  เครื่องเคียงเยอะมาก                                            
เมนูต่อไป   ข้าวผัดหมู   ตอนแรก ไม่รู้จะสั่งอะไรกิน เห็นโต๊ะข้างๆ เขากิน คล้ายๆข้าวผัด เราเลยบอกเพื่อนไปว่า อยากกินแบบโต๊ะ ข้างๆ  เพื่อนเขมร เลยบอกว่า อ๋อ  "ข้าวผัดใบชา "  เรากับเพื่อนก็เลยบอกว่า เออ เอาแบบนั้นแหละ ข้าวผัดใบชา ไม่เคยกิน เขาเอาใบชามาผัดข้าวเหรอ มันคงอร่อยเนอะ เพื่อนเขมร ก็ไม่พูดอะไร ได้แต่ยิ้ม  .... พอคนขายเอามาเสิรพ์  เราก็เขี่ยดู ไม่เห็นมีใบชาสักใบ มีแต่ผักคะน้า บ้านเรา  เลยถามเพื่อน เขมร อีกที ว่า ไม่เห็นมีใบชาเลย มัน หัวเราะ แล้วพูดว่า ไม่ใช่ ข้าวผัดใบชา   คือข้าวผัดธรรมดานี่แหละ  คนเขมร เขาเรียกข้าวผัด ว่า "บายชา"  แล้วไม่บอกตั้งแต่ทีแรกปล่อยให้เราเข้าใจผิดอยู่เป็น ชม.                                                                                                         
                                                                                                                       


****นี่แหละ หน้าตา บายชา ของคนกัมพูชา  คือข้าวผัด นี่เอง ..*******

**************************************************
วันที่ 3 วันสุดท้าย  ก่อนกลับ ประเทศไทย ตั้งใจจะไปไหว้พระ ก่อนกลับ 



สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด 3 วัน กับ 2 คืน  คนละ 4500 บาท     
ใครสนใจอยากเที่ยวกัมพูชา ติดต่อมาได้นะคะ ยินดีให้คำปรึกษา 
***************************************************