จองห้องพักได้ที่นี่

agoda.com INT

Friday, February 19, 2016

เที่ยวมาเลเซียและสิงคโปร์ด้วยงบไม่เกิน 6000 บาท

บอกก่อนเลยว่าทริปนี้เป็นทริปแรกที่เที่ยวต่างประเทศด้วยตนเอง แบบแบกเป้ ทริปนี้ไปกับเพื่อนร่วมงานกัน 2 คน
เริ่มจากการ วางแผนกันก่อนเลยว่าจะไปไหนก่อน สรุปกันว่าต้องการแบบประหยัดที่สุด ไปมาเลเซียก่อนด้วยรถไฟ แล้วต่อด้วยรถทัวร์ ไปสิงคโปร์ จาก สิงคโปร์ กลับไทย ด้วยนั่งเครื่องกัน
เนื่องจาก คนไทยไปมาเลเซียและสิงคโปร์ ไม่ต้องขอวีซ่าร์
สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับเที่ยวด้วยตนเอง
1.เตรียมแผนที่ ซึ่งสมัยนั้น ยังไม่มีสมาร์ทโฟม เลยต้องเตรียมแผนที่ไป
2.จองตั๋วรถไฟไปมาเลเซีย
3.จองโรงแรมที่สิงคโปร์
4.จองตั๋วเครื่องบินจากสิงคโปร์กลับไทย


................................................................................................................................................................
แผนเที่ยวของเรา คือ กรุงเทพ - บัตเตอร์เวิร์ธ-ปีนัง-กัวลาลัมเปอร์-สิงคโปร์- ประเทศไทย
วันที่ 29-12-2006  - 02-01-2007   รวม 5 วัน 4 คืน
เริ่มต้นทริปกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพง จองตั๋วล่วงหน้ากัน เป็นเดือน  สำหรับรถไฟที่จะไปบัตเตอร์เวิร์ธจะเป็นรถตู้นอนปรับอากาศชั้น 2 ราคาเตียงล่าง 1210 บาท เนื่องจากไป 2 คนกับเพื่อน (ผู้หญิง) เลยเลือกซื้อเตียงล่างทั้ง 2 ที่ เลย  ออกเดินทาง วันที่ 29 ธันวาคม 2006 กะว่าจะไป count down กันมาเลเซีย ตื่นเต้นมาก เดินทางไปหัวลำโพงก่อนเที่ยงกันเลย รถไฟออกจากหัวลำโพง 14.45 น. ออกตรงเวลาเป๊ะเลย
เรากับเพื่อนแทบไม่นอนกันเลย ออกไปนั่งจิบเบียร์ที่ห้องเสบียงกันทั้งคืนเลย มันรู้สึกตื่นเต้น มันเป็นครั้งแรกที่ได้เที่ยวต่างประเทศ นั่งไปนั่งมา เวลา 7 โมงเช้า รถไฟก็มาถึงสถานีหาดใหญ่ รถต้องตัดขบวนออกเหลือแค่ 2 คัน (ห้อง) เพื่อจะไปบัตเตอร์เวิร์ต
ประมาณเที่ยงกว่า รถไฟก็มาถึงสถานี ปาดังเปซา เราต้องรถจากรถเพื่อผ่านตม และประทับตราหนังสือเดินทางที่สถานีนี้
รถจอดที่นี่ เกือบ 2 ชม. เลยเดินเล่น หาอะไรกินกันก่อน
  ******************** เริ่มไม่มีภาษาไทยแล้ว******************************************

 ได้เวลาเดินทางต่อไปสถานีปลายทางบัตเตอร์เวิร์ต กันแล้วค่ะ รถไฟถึงประมาณ บ่าย 2 - 3 โมง ค่ะ สรุปเดินทางด้วยรถไฟ ใช้เวลา 24 ชม.กันเลย 55555555
ลงจากรถไฟ มองไปด้านซ้ายมือ จะมีรถบัส เพื่อจะไป กัวลาลัมเปอร์ ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าจะไปไหนต่อ เห็นคนเดินกันไปเรื่อยเลยเดินตามเขาไป 100 เมตร ก็เจอ ท่าเรือเพื่อข้ามไปปีนังกัน
อ้อลืมไป เราสามารถแลกเงินริงกิต บนรถไฟได้เลยนะคะ เจ้าหน้าที่รถไฟ ทำหน้าที่เหมือน แอร์ บนเครื่องบินเลยค่ะ เอาใบตม. ขาเข้า มาเลย์ มาให้กรอก เอาเงินมาให้แลก บริการดีมากเลยค่ะ
ถึงท่าเรือแล้ว ไม่รู้ว่าต้องทำไง เลยเดินไปถามคนที่นั่งเก็บเงิน คล้ายท่าเรือ ที่ท่าพระจันทร์ ยังไงยังงั้นเลย เขาบอกว่า ค่าข้ามฝาก คนละ 1.2 ริงกิต


หลังจากข้ามฝากมาถึงฝั่งปีนัง มองซ้ายมองขวา ไม่รู้จะไปไหนดี มีคนขับแท็กซี่เข้ามาถาม เราก็เลยบอกเขาไปว่ายังไม่มีเป้าหมายเลยว่าจะไปไหน  ก่อนอื่นขอต้องบอกก่อนเลยว่า เราไม่ได้จองโรงแรมที่มาเลเซียเลย เพราะเราคิดว่า มันไม่เจริญเท่าสิงคโปร์ ไม่ต้องจองก็ได้มั้ง  แท็กซี่เลยพาเราไปหาโรงแรมกัน มาได้โรงแรม ไม่มีดาวมั้ง ราคา ห่้องละ 350 บาท ต่อคืน เหมือนโรงแรมต่างจังหวัด เลย
เช็คอินเสร็จ แท็กซี่ก็พาไปจองตั๋วรถทัวร์ เพื่อไป กัวลาลัมเปอร์ กัน ราคา คนละ 322 บาท คนขาย พูดภาษาไทยได้ค่ะ
ได้ตั๋วเรียบร้อยแล้ว แท็กซี่คันเดิมค่ะ พาเราไปเที่ยวที่วัด จำชื่อไม่ได้แล้ว

หลังจากนั้นก็พาเราไปส่งที่ ปีนัง Hill ก็เป็นอันหมดหน้าที่ ของแท็กซี่ ไป จ่ายให้เขาไป 500 บาท หาร 2 คนกับเพื่อน คนละ 250

ก่อนอื่นหาอะไรลองท้องก่อน หิวมากทั้งวันยังไม่ได้กินอะไรเลย ตอนนี้น่าจะประมาณ 4 โมงเย็นแล้วล่ะ

อาหารมื้อแรก ก่อนขึ้นฮิวล์ กันค่ะ


เป็นครั้งแรกที่ขึ้นฮิวล์ด้วยรถราง ปิดตาอย่างเดียวไม่มองอะไรเลย ขึ้นไปถึงครึ่งทางต้องเปลี่ยนรถรางค่ะ อีกคันค่ะ เนื่องจากสูงมาก

    ถ่ายจากบนฮิวล์ มองลงไปข้างล่างเห็นเกาะปีนัง เห็นสะพานที่จะข้ามไปยัง กัวลาลัมเปอร์


   หลังจาก เที่ยวเสร็จ ลงจากฮิวร์ เพื่อกลับที่พัก ถามคนแถวนั้นว่ากลับยังไง นั่งรถเมล์ ราคาประมาณ 2 ริงกิต ก่อนกลับโรงแรม หาอะไรกินกันก่อน ก่อนที่มาเลย์ส่วนใหญ่ กินข้าวกับมือ ด้านข้างจานข้าวจะมีขันใส่น้ำไว้ล้างมือด้วยเห็นแล้วกินไม่ลง แต่เพื่อนเราหิวมาก เราก็เลยตามใจเพื่อน เข้าไปสั่งร้านอาหาร
ราคาประมาณ จานละ 50 บาท


สรุปเราไม่กินค่ะ ก็มันกินไม่ลงนี่  กินเสร็จกลับที่พัก
ได้เวลานอน เพื่อนหลับแล้วแต่เรานอนไม่หลับ ได้ยินเสียงผู้ชายเดินหน้าห้องทั้งคืนเลย แถมยังเคาะประตูเราอีก เราก็เรียกเพื่อนให้ตื่น มันก้ไม่ตื่นมานั่งเป็นเพื่อนเรา แถมเสียบหูฟังทั้งคืน ลืมบอกไป ลิฟท์ที่นี่เป็นแบบโบราณ ประตูเหล็กลูกกรง เวลาถึงชั้นที่จะออก ต้องเอามือ เปิด 55555

วันที่ 31 /12/2006 ได้เวลาเดินทางแล้วเพราะเราซื้อตั๋วรถทัวร์ ได้เที่ยว 8.00 น. ออกจากโรงแรม 6.30 น. จำไม่ได้หรอกว่า คิวรถอยู่ตรงไหน แท็กซี่เจ้าเดิมแค่บอกว่า ออกจากโรงแรมแล้วเลี้ยวขวาเดินตรงไปเรื่อยๆ แล้วก็ถึง เดินไปเรื่อย จนเหนื่อยแล้วยังไม่เจอ ตอนนี้ 7.30 น. แล้ว เอาไงดีล่ะ หลงแล้วนี่ เรียกแท็กซี่ ดีกว่า บอกเขาไปท่ารถ ไปกัวลาลัมเปอร์ ขึ้นรถปุ๊ป รถเลี้ยวซ้าย ด้านหน้าเรา ประมาณ 100 เมตร ก็ถึง แม่ง ทำไมมึงไม่บอกวะ ว่า เดินไป 100 เมตร เลี้ยวซ้ายก็ถึง โมโหมากเลย จ่าย ไป 50 บาท

ได้เวลาขึ้นรถเสียที รถนั่งสบายมาก ถึงตอนนี้เราก็ยังไม่รู้เป้าหมายเหมือนกันว่าจะไปที่ไหนของกัวลาลัมเปอร์ เคยอ่านพันทิป เขาบอกว่า ไปลงที่ เมย์แบงค์ มันคล้ายๆกับหมอชิตบ้านเราเลยค่ะ เราเลยบอกคนรถว่า ถึงเมย์แบงค์ บอกด้วยนะ เราไม่เคยมา นี่เป็นครั้งแรกที่เที่ยวกัน
ระหว่างทางนั่งจาก ปีนังไปกัวลาลัมเปอร์ รถจะแวะให้เราพักผ่อนกินข้าว กัน 2 รอบ  ข้างทางที่มาเลเซีย สวยมาก ปลูกปาล์มตลอดแนว คนที่นี่ปลูกบ้าน เป็นกระจุกกัน คือปลูกอยู่รวมกันใกล้กัน เหมือนหมู่บ้านค่ะ
ประมาณ  บ่าย 2 โมง ก็มาถึงกัวลาลัมเปอร์ กันค่ะ เราก็สังเกตุด้านซ้ายมือ ถ้าเห็น MAY BANK ให้ลงได้เลย พอมาถึง รถก็จอด ที่นี่เลยค่ะ เป็นท่ารถ เหมือน หมอชิต  หลังจากลงรถ มีคนมาขายห้องพัก คน ที่รถเลยทีเดียว เพื่อนบอกว่าอย่าซื้อกับพวกมันเลย มัน บวกราคา ไม่เอาก็ไม่เอา เดินไปเรื่อยๆหาห้องพัก 4-5 ที่แล้วเต็มหมดทุกที่ เนื่องจากวันนี้ วันที่ 31-12-2006 วันสิ้นปี  เดินไปเดินมา เป็น ชม.แล้ว เห็นไปเห็นเขาขายตั๋วไป สิงคโปร์ เลยเข้าไปถาม แป๊ะ คนขาย เป็นคนไทย เลบซื้อตั๋วไปสิงคโปร์กันก่อน ถามแป๊ะว่าไปขึ้นที่ไหน แป๊ะชี้ไปด้านหน้า ที่ท่ารถ  ราคา 500 บาท ต่อ คน
ได้ตั๋วแล้ว ลุยหาที่พักต่อ มาได้ host tell ราคา 120 บาท ถูกเวอร์ ตอนนี้ไม่มีตัวเลือกแล้ว จะกลับ ไปหาคนที่ยืนขายที่ท่ารถ ก็กลัวเสียหน้านี่ เอาที่นี่แหละกัน ราคา 120 บาท จะขนาดไหนนะ เจ้าของใจดีมาก ให้จ่ายเงินเสร็จ ยื่นกุญแจให้ แล้วบอกว่า ห้องน้ำรวมนะ ได้กุญแจ แล้ว ขึ้นห้องเลย โอ้วแม่เจ้า สภาพห้อง เตียง 2 ชั้น 2 เตียง  ห้องน้ำอยู่ด้านนอก เป็นห้องน้ำรวม ชาย หญิง หันไปเห็นก็สยิวแล้ว เพื่อนบอกว่าเอาเหอะ แค่คืนเดียว
หลังจากเก็บของเรียบร้อยแล้ว ไปลุยกันต่อเลย


นั่งรถไฟ MRT ไป ตึก KLCC  กัน กะว่าจะไป count down กันที่นั่นแหละ ค่ารถ ประมาณ 25 บาท




นั่งมานานแล้ว ตั้งแต่ 5 โมงเย็น จนถึง 1 ทุ่ม ไม่เห็นคนที่นี่ ดื่มเครื่องดืม แอลกอฮอร์ กันเลย ถามวัยรุ่นแถวนั้น สรุปว่า คนมาเลเซีย ห้ามดื่มเหล้าเบียร์ ในที่สาธารณะกัน เขาฉลองกันด้วยน้ำเปล่ากัน หลังจาก count down เสร็จ ก็เดินกลับที่พัก กัน เราเดินกลับกัน คิดว่าไม่น่าจะไกล เดินจนหลงทาง ตามตำรวจ 10 คน ก็ตอบไม่เหมือนกันสักคน เราเลยพุดกับเพื่อนว่า วัยรุ่นพวกนี้น่าจะเดินไปท่ารถ คงเหมือนคนไทย ที่ฉลองกันเสร็จก็เดินไปหมอชิตกัน เพื่อกลับบ้านเราเดินตามพวกนี้ไปดีกว่า ไม่ถึง 30 นาทีก็ถึงที่พัก เข้านอนเลยค่ะ ไม่อาบน้ำ บอกตรงๆ ไม่กล้าอาบ กลัว มีคนเยอะแยะที่เพิ่งกลับจากฉลองปีใหม่กัน เลยเข้านอนเลย กะว่าจะอาบตอนเช้า  ตื่นประมาณ ตี 5 ปลุกเพื่อนไปอาบน้ำ แต่เพื่อนไม่อาบอีกแล้วแค่ล้างหน้าแปรงฟัน เราเลยไม่กล้าอาบเหมือนกันล้างหน้าแปรงฟัน แล้วรีบไปที่ท่ารถ เลย

วันที่ 1-1-2007  วันที่ 4 ของทริป
ออกจาก กัวลาลัมเปอร์ 9.00 น. ใช้เวลา 5 ชม.ถึง ด่าน สิงคโปร์ รถทัวร์จอดให้ทุกคนลง เอาสัมภาระไปด้วยแล้วบอกว่า อีก 1 ชม. เจอกันด้านหน้า
ด่าน ตม.ที่นี่โหดมาก ค่ะ ถามเยอะแยะไปหมด
--- มาทำไม
---เอาเงินมาเท่าไหร่
เราบอกว่าเอามา 10000 บาท มันบอกเงินไม่พอ พาเรากับเพื่อนไปห้องเย็น คนที่ติด ตม.เยอะเหมือนกัน มัน เรียกไปคุยที่โต๊ะมัน ทีละ คน เรากับเพื่อน บอกมันว่า เรามาเที่ยวจริง 'I really come to travel i want to take photos with Merlion show my friends "มันเลยให้เข้าได้
ออกจาก ตม. เอ้ารถบัสไปไหนแล้วล่ะ ไม่เห็นบอกกันเลย ตายล่ะเอาไงต่อ เดินไปเรื่อย ๆแล้วกัน เจอป้ายรถเมย์ ก่อนอื่นต้องแลกเงิน เป็นเหรียญก่อนเพื่อ หยอดค่ารถเมย์  จาก ด่านตรวจคนเข้าเมือง จะไปถนน เกรัง กัน เราได้จองโรงแรม แถว เกรัง ห้องละ 2400 บาท ต่อคืน
นั่งรถมาเรื่อยๆ พอเห็น ป้าย ที่ถนนเขียน ว่า เกรัง เรากับเพื่อน ลงรถแถวนั้นเลย แล้วก็ถามคนแถวนั่นว่าโรงแรมอยู่ที่ไหน
เจอโรงแรมแล้ว เช็คอิน เสร็จอาบน้ำก่อนเลย เนื่องจาก ไม่ได้อาบตั้งแต่เมื่อวาน
จากโรงแรมไปสถานีเซ็นทรัล เพื่อไปถ่ายรูปที่ Merlion  นั่งรถไฟฟ้าไปค่ะ ไปไม่อยากเลย
อาหารที่นี่ ราคาแพงมาก เราไปกินแถวเกรังนั่นแหละ ร้านอาหารไทย กินราดหน้า ราคา 120 บาท จานใหญ่มาก กินไม่หมดหรอก






วันที่ 2-1-2007 วันที่ 5 วันสุดท้ายของทริป
เช็คเอ้าท์เสร็จ ไปเดินเล่น แถว City Hall  กันต่อ เพราะขึ้นเครื่อง ประมาณ 6 โมงเย็น  นั่งรถไฟสุดสายไปลงที่ มารีน่าเบย์ ซึงตอนนั้น ยังเป็นป่าอยู่เลย

เสร็จแล้ว ก็นั่งไปหาข้าวกินกันที่ ห้างแถวสถานี  City Hall หาซื้อโปสการ์ด ส่งให้ตัวเอง ไปประเทศไทย
แล้วเดินทางกลับไปสนามบินกัน

สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ค่ารถไฟ    1210
ค่าที่พัก     ที่ สิงคโปร์ คนละ 1200
                  ปีนัง คนละ 175
                  กัวลาลัมเปอร์  คนละ 60 บาท
ค่ารถจาก ปีนัง ไปกัวลาลัมเปอร์ คนละ 322 บาท
                กัวลาลัมเปอร์ ไปสิงคโปร์ คนละ 500 บาท
               แท็กซี่   คนละ 250 บาท
                ค่ากินและค่ารถไฟฟ้า คนละ  900 บาท
    ค่าตั๋วเครื่องบิน Tiger Air  1200 บาท
รวม ทั้งหมด คนละ 5817 บาท