จองห้องพักได้ที่นี่

agoda.com INT

Friday, May 6, 2016

แบกเป้เที่ยวกัมพูชา เยือนนครวัด นครธม ณ เมืองเสียบเรียบ

แบกเป้เที่ยวกัมพูชา เยือนนครวัด นครธม ณ เมืองเสียบเรียบ  3 วัน 2 คืน   มีเพื่อนร่วมทางอีก 4 คน
เส้นทางการเดินทาง คือ กทม - ด่านบ้านแหลม จันทบุรี -เสียบเรียบ > เสียมเรียบ - ด่านบ้านแหลม - กทม. ล้อหมุน ตี 5 วันที่ 30 เมษายน 2559  จากกรุงเทพ  ขับรถไปเอง ไปผ่านด่านบ้านแหลม จังหวัดจันทบุรี ใช้เวลา เดินทางประมาณ 5 ชม. ถึงด่านบ้านแหลม ที่ไปผ่านด่านนี้เนื่องจาก มีเพื่อน ชาวกัมพูชาทำงานทีด่าน จะทำหน้าที่เป็นไกด์และขับรถฝั่งกัมพูชา  เรามาถึงด่านบ้านแหลม 11.00 น. ที่มาสาย เพราะ แวะ กินทุเรียน กันก่อน  ระหว่างนั่งรถ ก็ส่งพาสปอร์ตผ่านไลน์ให้หนุ่มกัมพูชา กรอก ใบตม.ให้ก่อน ไปถึงจะได้ไม่เสียเวลา รอนาน 

ผลไม้ไทยเรานี่แหละ สุดยอดแล้ว


ก้านยาว ไม่ค่อยชอบกิน ส่วนตัวหมอนทองอร่ยอกว่า เลยจัดละ 3 ลูก 1000 กว่า บาท  2 ลูก กินในรถ อีก 1 ลูก เอาไปฝาก หนุ่มกัมพูชา

ระหว่าง ทาง เพื่อนโทรมาขอ ใหส่งสำเนาพาส ให้เธอ เขียนใบ ตม.ไว้ รอเรา ไปถึงจะได้เข้าเลย


ถึงแล้วด่านบ้านแหลม ฝั่งที่เรายืนถ่ายรูป จะเป็นฝั่งกัมพูชาแล้ว ค่ะ ด่านบ้านแหลมคนไม่ค่อยเยอะเท่าด่านปอยเปต






หลังจากผ่านตม แล้วก็เดิน ตามเพื่อนไปเลย 


อากาศร้อนน่าดูเลย เพื่อนหนุ่มชาวกัมพูชา  ที่น่ารัก ได้รู้จักกันตอนที่ ไปเที่ยว กำแพงเมืองจีน กัน  เราสัญญา ว่า สักวันจะไปเยี่ยม ประเทศเพื่อน บ้าง
เพื่อนมีนาม ว่า V7  ที่ชื่อแบบนี้ เนื่องจาก เป็นลูกคนที่ 7 ของครอบครัว
จากด่านบ้านแหลม ไป ตัวเมืองเสียมเรียบ ใช้เวลา  3-4 ชม. เรามาถึงที่ถ่าน ประมาณ บ่ายเมือง เราเตรียมเสบียงมาบ้างแล้ว เลย วิ่ง ยาวเลย ไม่ต้องแวะ ไม่อยากไปถึงเสียมเรียม ค่ำ

มาถึง ก็ไปหาโรงแรมกันก่อนเลย กลัวห้องเต็ม  ก็มาได้โรงแรม แถว อังกอร์ นั่นแหละ ค่าห้อง คืนละ $45
เรา มากัน 5 +1  เลย ต้องจอง 3 ห้อง เรา เสียสละ ให้ หนุ่ม 1 ห้อง นอนคนเดียว
ได้ห้องเสร็จ ก็ ขับรถไปเที่ยว นครวัด นครธม กันเลย ไปถึง 5 โมง แล้ว ไม่ได้ซื้อตั๋วเข้า เนื่องจาก ราคาตั๋ว คนละ $20 ไม่คุ้ม เจ้าหน้าที่เข้ามาขอดูตั๋ว เราไม่มี เลยถูกเชิญ ให้ ออก  พอดี ลืม เพื่อนชาวกัมพูชา บอกว่า ห้ามพูดกัน เขาจะได้ไม่รู้ว่า เป็นต่างชาติ  จะซื้อ อาหาร หรือเครื่องดื่มต้องให้ เพื่อนชาวกัมพูชาซื้อให้ เนื่องจาก ที่ นี่ ราคา สินค้า ทุกชนิด สำหรับชาวต่างชาติจะแพงกว่า คนในพื้นที่ เพราะฉนั้น ต่องเป็นใบ้อย่างเดียว

ได้เวลา อาหารเย็นแล้ว




อาหารคล้าย บ้านเรา






ที่นี่นิยมเบียร์ ไทเกอร์




 หลังจากอิ่มหนำสำราญ กันแล้ว ไปเดินเล่นกันที่ Walking street หรือถนนคนเดิน  ช่วงกลางคืน จะครึกครื้นไปด้วย ฝรั่ง เหมือน ถนนข้าวสารบ้านเรา ยังไงยังงั้น







*********************************************************************************
วันที่ 2 ของทริป
ตื่นสาย อาหารเช้าหมด อิอิอิ
วันนี้ โปรแกรม เที่ยวปราสาท นครวัด นครธม  ปราสามตาพรหม  ทั้งวัน  ต้องเตรียมตัวเดินทางไปซื้อตั๋วก่อน  สถานที่จำหน่ายตั๋ว ก็ย้าย ไปที่ใหม่ได้ประมาณ เดือนกว่า สถานที่ กว้างขวางใหญ่โตมาก







ตั๋วเข้าชสมปราสาท มี 3 แบบ ตามวันที่เราจะเที่ยว คือ
1.แบบ 1 วัน = $20
2.แบบ 3 วัน = $40
3.แบบ 7 วัน = $60


ที่นี่ต้องไปเข้าแถวซื้อด้วยตนเองค่ะ เนื่องจากต้องถ่ายรูป ติดบัตรด้วยค่ะ  คิดว่าเขาต้องการป้องกัน การรั่วไหลค่ะ กลัวว่า จะให้คนอื่นใช้ต่อ เลยต้องถ่ายรูปติด และต้องยื่นให้เจ้าหน้าที่ ตรวจทุก สถานที่ค่ะ


 ได้มาแล้วค่ะ ตั๋วแบบ 1 วัน $ 20   รูปหน้าเกลียดมาก  เราเก็บไว้เป็นที่ระลึก ค่ะ

เช้าๆ เพื่อนบอกว่า ไปนครธม กันก่อน บ่ายค่อยเที่ยว นครวัด หรืออังกอร์ กัน เนื่องจาก จะได้ภาพสวยๆ









 ทางเข้านครธม ใหญ่โตจริงๆ ความยิ่งใหญ่ คือการที่เอาก้อนหินก้อนใหญ่มาวางทับกันให้เป็นรูปร่างได้

นครธม  เป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์ สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของ นครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า ปราสาทบายน และมีพื้นที่สำคัญอื่นๆ รายล้อมพื้นที่ชัยภูมิถัดไปทางเหนือ
จุดเด่นที่สุดคือทางเข้าด้านใต้ ที่มีลักษณะเป็นหน้า 4 หน้า ก่อนจะเข้าสู่บริเวณนี้ จะเป็นแถวของยักษ์ (อสูร) ทางด้านขวา และเทวดาทางด้านซ้าย เรียงรายแบกพญานาคอยู่สองข้างสะพาน เมื่อเข้าสู่ใจกลางนครธมจะพบสิ่งก่อสร้างต่างๆ บริเวณประตูด้านใต้นี้ได้รับการอนุรักษ์ฟื้นฟูไว้ได้ดีกว่าบริเวณอื่นๆ อีก 3 ด้าน
ขอบคุณแหล่งที่มา ******* https://th.wikipedia.org/wiki/นครธม

 *********************************************************************************
 12.30 น . ไปหาร้านอาหารกินกัน ในบริเวณ ปราสาท มีร้านอาหาร ให้เลือกมากมาย


  โถใส่ข้าว เหมือน บ้านเราสมัยก่อนเลย


แกงป่า ผักบุ้ง



อันนี้ผัดกระเพราทะเล ชอบไอเดียเขาที่ใช้ กะลามะพร้าว เป็นถ้วยใส่อาหาร


อร่อยไปอีกแบบ

อาหาร ออกช้ามาก รอประมาณ 1 ชม.  กว่า ถึงจะได้กิน

บ่าย 2.30 ไปเที่ยวต่อ Angkor วัดกัน มองไปรอบๆ  มีแม่น้ำล้อมรอบ สมัยก่อนน่าจะป้องกันข้าศึก

ปราสาทนครวัดมีขนาดใหญ่มากถึง 200,000 ตารางเมตร ตัวปราสาทสูง 60 เมตร ยาว 100 เมตร และกว้าง 80 เมตร มีแผนผังที่ถือว่าเป็นวิวัฒนาการขั้นสุดยอดของปราสาทขอม มีปราสาท 5 หลังตั้งอยู่บนฐานสูงตามคติของศูนย์กลางจักรวาล มีกำแพงด้านนอกยาวด้านละ 1.5 กิโลเมตร มีคูน้ำล้อมรอบตามแบบ มหาสมุทรบนสวรรค์ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ
ใช้หินรวม 600,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้แรงงานช้างกว่า 40,000 เชือก และแรงงานคนนับแสนขนหินและชักลากหินมาจากเขาพนมกุเลน ชึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 50 กิโลเมตร มาสร้าง
ปราสาทนครวัด มีเสา 1,800 ต้น หนักต้นละกว่า 10 ตัน ใช้เวลาสร้างร่วม 100 ปี ใช้ช่างแกะสลัก 5,000 คน และใช้เวลาถึง 40 ปี
หอสูง 60 กว่าเมตรศูนย์กลางของกลุ่มปราสาท อันเปรียบเสมือนศูนย์กลางของจักรวาลนั้น มีทางเดินขึ้นที่ชันมาก ราว 50 องศา แต่ก็กลับเป็นจุดสำคัญที่นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยจะต้องปีนขึ้นไปและไต่ลงมา ที่จุดบนสุดของหอนี้จะมองเห็นวิวที่สวยสุดของปราสาท
ข้อมูลจาก ********* https://th.wikipedia.org/wiki
ที่เห็นเป็นแค่ประตูทางเข้าปราสาทค่ะ ข้างในอีกยาวไกล








เข็ดล่ะ มาหน้าร้อน  อากาศร้อนมาก ต้องเดิน เข้ามาไกล กว่าจะถึง ต้องหลบใต้ต้นตาล ตลอดทาง อิอิ
มีน้ำตาลโตนด ขายด้วยนะคะ แก้วละ 20 บาท ไทย ต้องให้เพื่อนคนเขมร ซื้อให้ค่ะ ถ้าคนไทยซื้อ น่าจะแพงกว่า




 


นางอัปสรา








ยามเย็น ที่นี่สวยมาก 


ภาพส่งท้าย ก่อนกลับที่พัก ไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วออกไปหาอะไรกิน  

******************************************************************
คืนนี้ ขอกินอาหารข้างทางกัน  ขนมปัง เพื่อนคนเขมรบอกว่า เป็นไฮไลน์ ของคนเขมรเลยแหละ ข้างในขนมปัง สอดไส้ด้วยหมูสับ +กระเทียม กินกับ งาจาด  เครื่องเคียงเยอะมาก                                            
เมนูต่อไป   ข้าวผัดหมู   ตอนแรก ไม่รู้จะสั่งอะไรกิน เห็นโต๊ะข้างๆ เขากิน คล้ายๆข้าวผัด เราเลยบอกเพื่อนไปว่า อยากกินแบบโต๊ะ ข้างๆ  เพื่อนเขมร เลยบอกว่า อ๋อ  "ข้าวผัดใบชา "  เรากับเพื่อนก็เลยบอกว่า เออ เอาแบบนั้นแหละ ข้าวผัดใบชา ไม่เคยกิน เขาเอาใบชามาผัดข้าวเหรอ มันคงอร่อยเนอะ เพื่อนเขมร ก็ไม่พูดอะไร ได้แต่ยิ้ม  .... พอคนขายเอามาเสิรพ์  เราก็เขี่ยดู ไม่เห็นมีใบชาสักใบ มีแต่ผักคะน้า บ้านเรา  เลยถามเพื่อน เขมร อีกที ว่า ไม่เห็นมีใบชาเลย มัน หัวเราะ แล้วพูดว่า ไม่ใช่ ข้าวผัดใบชา   คือข้าวผัดธรรมดานี่แหละ  คนเขมร เขาเรียกข้าวผัด ว่า "บายชา"  แล้วไม่บอกตั้งแต่ทีแรกปล่อยให้เราเข้าใจผิดอยู่เป็น ชม.                                                                                                         
                                                                                                                       


****นี่แหละ หน้าตา บายชา ของคนกัมพูชา  คือข้าวผัด นี่เอง ..*******

**************************************************
วันที่ 3 วันสุดท้าย  ก่อนกลับ ประเทศไทย ตั้งใจจะไปไหว้พระ ก่อนกลับ 



สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด 3 วัน กับ 2 คืน  คนละ 4500 บาท     
ใครสนใจอยากเที่ยวกัมพูชา ติดต่อมาได้นะคะ ยินดีให้คำปรึกษา 
***************************************************